สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

อบรมบายศรีปากชาม

อบรมบายศรีปากชาม

บายศรีเป็นของสูง เป็นสิ่งที่มีค่า สำหรับชาวไทยตั้งแต่โบราณ นิยมใช้ในงานทำขวัญในวาระต่างๆ อาจารย์ชลอ และอาจารย์พยุง ทองสุข จึงทำพิธีไหว้ครู เพื่อระลึกถึงคุณครูบาอาจารย์ ผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชา เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ผู้เรียน 

บายศรีเป็นงานเครื่องสด ประเภทงานใบตอง นำมาประดิษฐ์ใบตองเป็นนิ้ว เป็นกาบ หรือเป็นเกร็ด เข้าตัวเป็นชั้นๆ จัดลงในชาม หรือพาน ตกแต่งด้วยดอกไม้มงคล เช่น ดอกดาวเรือง ดอกบานไม่รู้โรย ดอกรัก และดอกพุด

บายศรีเป็นเครื่องเชิญขวัญหรือรับขวัญ ทำด้วยใบตอง รูปคล้ายกระทงเป็นชั้นๆ มีขนาดใหญ่เล็กสอบขึ้นไปตาลำดับ เป็น 3 ชั้น 5 ชั้น 7 ชั้น หรือ 9 ชั้น มีเสาปักตรงกลางเป็นแกน มีเครื่อง สังเวย วางอยู่ในบายศรี และมีไข่ขวัญเสียบอยู่บนยอดบายศรี

บายศรีมีหลายอย่างเช่น บายศรีตอง บายศรีปากชาม บายศรีใหญ่ (บาย หมายถึง ข้าว + ศรี หมายถึง สิริ รวมความหมายถึง ข้าวอันเป็นสิริ หรือขวัญข้าว) บายศรี ราชบัณฑิตอธิบายว่า "ภาชนะที่จัดตกแต่งให้สวยงามพิเศษด้วยใบตอง และดอกไม้สด เพื่อเป็นสำรับใส่อาหารคาวหวานในพิธีสังเวยบูชา และพิธีทำขวัญต่างๆ"

บายศรีปากชามจัดเป็นแม่แบบหรือต้นแบบของบายศรีชนิดอื่นๆ  ใช้ใบตองตานีเย็บพับจับจีบจำนวน (นม, นิ้ว, เกร็ด, กาบ)  มีลูก ๕ ตัวประกอบเท่ากับตัวแม่หนึ่งตัว  แต่ละตัวของ (นม, นิ้ว, เกร็ด, กาบ)  จะใช้ใบตองฉีกเป็นผ้านุ่งรัดประกอบติดกับตัวแม่ทีละชั้นจนครบตามจำนวนที่กำหนด จัดเป็น ๓ ชุด

บายศรีที่จัดวางรอบกรวยสามชุดหมายถึงการมุ่งบูชาต่อพระเป็นเจ้าทั้งสามคือ  พระอิศวร  พระนารายณย์  พระพรหม  กรวยบรรจุข้าวยอดเสียบไข่หมายถึง  เขาไกรลาส, ศูนย์รวมของการกำเนิดทั้งหลายที่มีความอุดมสมบูรณ์ 

บายศรีปากชาม ใช้ในการไหว้ครู ใช้ในงานบวงสรวง สังเวย บูชาเทวาอารักษ์ ใช้ในพิธีไหว้ครู ของศิลปิน เป็นช่าง ทุกสาขา พิธีการรับขวัญ พิธีฉลองต่างๆ พิธีไหว้ครูดนตรี โขน ละคร ขับร้อง ฟ้อนรำ

เมื่อให้ความรู้และความหมายของบายศรีแล้ว อาจารย์ให้ผู้อบรมเริ่มต้นจัดเตรียมวัสดุ อุปกรณ์ และความพร้อมตามจำนวนของการทำบายศรีปากชาม พร้อมๆ กับผู้สอนอย่างใกล้ชิด

เริ่มจากการฉีกแบ่งใบตอง ใช้ดอกพุดเสียบยอด ห่อด้วยใบตอง พับเป็นมุมแหลม และเย็บซ้อนอย่างสวยงาม เพื่อทำบายศรีปากชาม 7 ชั้น

อาจารย์บอกว่า บายศรีเป็นคุณค่าแห่งภูมิปัญญาไทย ที่คนไทยควรศึกษา และเรียนรู้อย่างยิ่ง เป็นงานฝีมือที่วิจิตร สามารถใช้วัสดุท้องถิ่นทดแทนได้ ตามความเหมาะสม ดอกไม้บางอย่างเดี๋ยวนี้หายาก เช่นดอกรัก ดอกพุด และดอกบานไม่รู้โรย จึงควรหามาปลูกไว้ในสวนรอบๆ ศูนย์ฯ 

ป้าสมสุข บอกสมาชิกว่าทุกคนต้องทำเองอีกครั้งหลังอาจารย์กลับ เพื่อทบทวนความรู้ จะได้มั่นใจว่าสามารถถ่ายทอดต่อให้คนอื่นได้ 

คุณป้าสมสุข บอกเป็นวิชาที่ไฝ่ฝันอยากเรียนมานานแล้ว แต่ไม่มีโอกาส วันนี้จึงเป็นวันที่ได้เรียนสมใจ เมื่อทำเสร็จ อาจารย์จะทำการตรวจสอบผลงานของแต่ละคน ก่อนถ่ายรูปร่วมกันไว้เป็นที่ระลึก

การอบรมการทำบายศรีครั้งนี้ เป็นตัวอย่างที่ดีของการอนุรักษ์ และสืบต่อภูมิปัญญาไทย เพื่อให้อนุชนคนรุ่นใหม่ ได้เรียนรู้ และนำไปต่อยอดศึกษาการทำบายศรีแบบอื่นๆ ต่อไป

พิสุทธิ์ สมประสงค์
23 ธันวาคม 2555

Tags : บายศรีชาม ศูนย์เรียนรู้ชุมชน ป้าสมสุข

view